August 15, 2020
sonic the hedgehog

รีวิวหนัง Sonic the Hedgehog – การกลับมาของต้าวน้อน ที่ใครๆ ก็คิดถึง

Sonic the Hedgehog คือหนังที่สร้างจากตัวละครอันเป็นตำนานเกมคอนโซลยุค 90 และสัญลักษณ์มาสคอตของบริษัทเกม Sega นับตั้งแต่การปรากฏตัวครั้งแรกในเกม Sonic the Hedgehog บนเครื่องคอนโซล Sega Genesis ในปี 1991 และถูกสร้างขึ้นใหม่ ทั้งภาคหลักภาคเสริมกว่า 60 ภาค ปรากฏตัวเป็นตัวละครในเกมอื่นอย่าง Super Smash Bros. และมีผลงานเป็นหนังสือการ์ตูน และอนิเมชั่นฉายบนโทรทัศน์ ทำให้ Sonic ได้รับการจดจำจากเกมเมอร์ไม่ว่าจะวัยไหนของชีวิต

มาทางด้านภาพยนตร์ที่กำลังจะรีวิวนี้ มีแผนการสร้างมาตั้งแต่ปี 2014 โดย Paramount Pictures ร่วมกับสตูดิโอ Original Film ผู้ให้กำเนิดแฟรนไชส์ Fast and Furious และ Marza Animation Planet ทีมอนิเมชั่นจากญี่ปุ่นผู้อยู่เบื้องหลังคัทซีนเกมญี่ปุ่นจำนวนมาก และภาพยนตร์อนิเมชั่น Resident Evil: Vendetta และ Lupin III: The First ที่กำลังฉายในไทยวันเดียวกับ Sonic นี้เอง และนำแสดงโดย James Marsden ผู้เคยรับบทเป็น Cyclops ไตรภาคแรกของ X-Men ในบทตัวละครเอกฝั่งมนุษย์ของเรื่อง, Jim Carrey นักแสดงตลกมากฝีมือ รับบทเป็น Eggman (Dr. Robotnik) วายร้ายหลักของเกมและภาพยนตร์ และ Sonic พากย์เสียงโดย Ben Schwartz ผู้กำกับ ผู้เขียนบท และนักแสดงซี่รีย์ตลกชื่อดัง

หนังเรื่องนี้กำกับโดย Jeff Fowler และถือเป็นงานกำกับหนังฉายโรงครั้งแรกของเขา จากก่อนหน้านี้ที่ผ่านการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์สาขาอนิเมชั่นสั้นยอดเยี่ยมในปี 2004 มาแล้ว และถือว่าเขานั้นรับศึกหนักก่อนจะเข้าฉาย เนื่องจากโมเดลตัวละคร Sonic ช่วงแรกที่ปล่อยตัวอย่างมาช่วงกลางปี 2019 ได้รับการตอบรับที่ไม่ดี จนเขานั้นตัดสินใจให้ทีมงานแก้โมเดลนั้นใหม่ และเลื่อนฉายมาปีนี้สิ่งที่พวกเขาทำถือว่าได้รับการตอบรับอย่างดีจากแฟนหนัง และทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังจากเกมที่เปิดตัวได้ดีที่สุดตลอดกาล ล้างคำสาปหนังจากเกมอย่างเป็นทางการแล้ว ทั้งรายได้และคำวิจารณ์และไม่แย่นัก

และต่อไปนี้คือความเห็นจากทางเราบ้าง

เป็นหนังจากเกม ที่เอาใจเกมเมอร์อย่างแท้จริง

เราได้พบกับหนังที่สร้างจากเกมมากมาย ทั้งมีความน่าจดจำ หรือว่าอยากจะลืมไปเสีย แต่สำหรับเรื่องนี้ถือว่าน่าจดจำ และทำได้ดีมากที่สุดเท่าที่หนังจากเกมเรื่องหนึ่งจะทำได้ในตอนนี้ ระหว่างที่ดูจะได้พบกับเรื่องราวของ Sonic ที่มีความเคารพต้นฉบับ แต่ถูกแต่งเติมเพื่อความสนุก โดยให้ตัวละครมนุษย์ร่วมดำเนินเรื่องด้วย จึงทำให้หนังย่อยง่ายแม้ว่าคุณจะไม่ได้เล่นเกมมาก่อน และยังไม่พอ ในหนังยังเต็มไปด้วย Easter Egg ที่สื่อถึงตัวเกม ตั้งแต่ชื่อเมือง สิ่งที่ตัวละครทำ หรือแม้กระทั่งมีมบนโลกอินเทอร์เน็ต พวกเขาก็ใส่มาครบแบบเก็บรายละเอียดเป๊ะ

ตัวร้ายสุดแย่งซีน

เหมือน จิม แคร์รี่ ได้กลับมาเกิดใหม่ในหนังเรื่องนี้ หลังจากที่เขาหายไปนานมาก บทบาท Dr. Robotnik หรือ Eggman เหมาะกับเขาอย่างมาก เขาสามารถใส่ความกวนโอ๊ยน่าหมั่นไส้ได้เทียบกับเกมต้นฉบับ ได้โชว์ของ มุกตลกตลอดทั้งเรื่อง และน่าจะต่อยอดหนังชุดนี้ไปได้อีกยาว ถือเป็นตัวร้ายที่น่าจดจำประจำปี 2020 ไปแล้ว และความร้ายกาจของเขาจะยังไม่จบเพียงเท่านี้แน่ ส่วนนี้อยากให้คุณไปสัมผัสในโรงเองครับ

คิดถูกแล้วที่แก้ CG ตัวละคร ผลที่ได้มันดีเกินคาด

เชื่อว่าทุกคนอยากจะลืม CG ก่อนแก้ไปซะ และนี่คือความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ของหนังเรื่องนี้ Sonic ในเรื่องนี้ไม่ได้แค่เท่และยียวนเหมือนต้นฉบับเพียงอย่างเดียว แต่เราจะได้เห็นมุมมองสุดน่ารักของน้อนด้วย ขอยกให้ให้เป็นต้าวน้อนแห่งปี และเชื่อว่าความน่ารักของเขาจะสามารถเอาชนะใจทั้งเกมเมอร์ หรือว่าไม่ใช่เกมเมอร์ คนดูหนังทั่วไปก็จะหลงรักเขาแน่

สรุปประเด็นจากหนัง

นี่คือหนังจากเกมที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เน้นเอาใจคนดูหนังทุกฝ่ายแบบพอดีๆ พร้อมด้วยความสวยงามของ CG ที่มีการแก้ใหม่ให้ดีขึ้น รวมทั้งฝีมือนักแสดงก็สามารถดำเนินเรื่องนี้ได้เพลิน สอดแทรกมุกตลกที่ขำกันได้ทุกวัย และพวกเราย้ำว่า ควรมีภาคต่อ น่าจะมีความบันเทิงที่ยิ่งกว่าเดิม

คะแนนของเรื่องนี้: 8/10 คอเกมห้ามพลาด คอหนังควรดู 

สำหรับหนัง Sonic เข้าฉายวันนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2020) ในโรงภาพยนตร์ครับ

หมายเหตุ: หนังมีฉากท้ายเครดิต 1 ตัว