August 15, 2020

รีวิวหนัง Birds of Prey – ถึงเวลา Harley Quinn เฉิดฉาย!

Birds of Prey (And the Fantabulous Emancipation of One Harley Quinn) – ทีมนกผู้ล่า กับฮาร์ลีย์ ควิน ผู้เริ่ดเชิด หนังส่วนหนึ่งในจักรวาล DC ที่หมายมั่นปั้นว่าจะเป็นภาคต่อให้กับ Suicide Squad ถึงแม้ว่าจะแป้กสนั่นวงการ แต่เรื่องนี้ก็ได้สร้างตัวตนของ Harley Quinn ขึ้นมาได้ถูกใจผู้ชม และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขยายจักรวาล โดยการสร้างภาคต่อที่เน้นไปที่มุมมองของเธอเป็นหลัก เป็นการสร้างความแปลกใหม่ให้กับหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่น่าจับตามอง แถมเรื่องนี้ยังเป็น Rate R ครั้งแรกของหนังในจักรวาล

นอกจาก Margot Robbie จะกลับมารับบท Harley Quinn แล้ว เธอยังขึ้นแท่นเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับหนังเรื่องนี้เอง สมทบด้วยกำเนิดทีมฮีโร่สาวที่จะมีบทบาทต่อไปในจักรวาลในอนาคต อย่าง Huntress (รับบทโดย Mary Elizabeth Winstead) Black Canary (รับบทโดย Jurnee Smollett-Bell) เจ้าหน้าที่ตำรวจ Renee Montoya (รับบทโดย Rosie Perez) เด็กสาวหัวขโมยที่เป็นกุญแจสำคัญของเรื่อง Cassandra Cain (รับบทโดย Ella Jay Basco) และตัวร้ายหลักสุดโหดอย่าง Roman Sionis / Black Mask (รับบทโดย Ewan McGregor) และเรื่องนี้ถือเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องแรก ที่กำกับโดยผู้กำกับหญิงเอเชียอย่าง Cathy Yan อีกด้วย

และการจัดหนักจัดเต็มในลักษณะนี้ มันออกมาดูดีมากๆ เลยทีเดียว

ฉาก Action ที่ดีและโหดที่สุดเท่าที่หนัง DC เคยสร้างในขณะนี้

birds of prey

ขึ้นชื่อว่าเป็นหนัง Rate R เลยสามารถใส่ความโหดสัสแบบจัดเต็มได้มากถึงมากที่สุด หลายฉากถ่ายทำในลักษณะ Sequence ยาวๆ และดูเพลิน แบบที่เคยเกิดขึ้นในเรื่อง John Wick (ก็แหงละ ได้ Chad Stahelski ผู้กำกับ John Wick ทั้งสามภาคมาช่วยถ่ายซ่อม) แต่ไม่เน้นการใช้ปืน แต่ไปใช้อาวุธระยะประชิดตามแบบฉบับของแต่ละตัวละครแทน ฉากที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือฉากท้ายเรื่อง ที่ปล่อยของแบบไม่เกรงใจ ดูดิบ ดุดัน และสะใจมาก

การเล่าเรื่องสุดกวนตีน โดยตัวตนของ Harley Quinn

การลำดับเล่าเรื่อง ถือว่าเข้าขั้น “เอาแต่ใจ” กันเลย มีการย้อนไปย้อนมาในช่วงแรก แต่ใช้ได้ผลมาก เพราะผู้เล่าก็คือตัวละคร Harley Quinn เอง นี่คือวิธีที่จะแสดงลูกบ้าของเธอต่อสายตาผู้ชมได้ดีที่สุด และไม่ได้ทำให้ดูไม่รู้เรื่อง เพราะทุกอย่างจะถูกคลี่คลายเมื่อดำเนินเรื่องผ่านไปในระยะนึง หนังจึงมีจุดที่เครื่องติดช้า แต่ถ้าเครื่องติดแล้วจะไปได้อีกยาวจนจบเรื่อง เกิดมาเพื่อเธอจริงๆ สำหรับหนังเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ลืมตัวละครอื่นที่สร้างสีสันได้ดี คอยรับมุกกับเธอได้อย่างลงตัว และยังไม่รวมตัวร้ายที่ถึงแม้จะรับบทโดยอดีตอาจารย์ Obi-wan เราก็จะรู้สึกหมั่นไส้เมื่อเขาออกมา

ความฟุ้งจาก 10 ให้ 100

ถ้าการเล่าเรื่องนั้นฟุ้งในระดับนึงแล้ว สิ่งที่ทำให้ไปได้ไกลกว่านั้นคือการออกแบบฉากในสถานการณ์ต่างๆ ที่มีลูกเล่นแพรวพราว ความฉูดฉาดที่ตัดกับความโหดร้ายในฉากต่อสู้ก็เป็นประสบการณ์ที่ดี รวมทั้งเพลงประกอบก็เด็ดดวง แรงมากเข้ากับเหตุการณ์

ประเด็นสำคัญของเรื่อง

หนังเหมาะกับคนที่อยากจะ Move on (เราไม่ได้พูดถึง ฮาวทูทิ้ง แต่เรื่องนี้มีทิ้ง ทิ้งระเบิดลูกใหญ่) สะท้อนถึงการที่ Harley Quinn ตกเป็นเบื้องหลังของ Joker อยู่ตลอด จึงคิดที่จะ “อยู่ได้ด้วยตัวเอง” ให้ได้อย่างแท้จริง ประกอบกับฮีโร่สาวคนอื่นที่ต่างมีปัญหาของตัวเองและต้องการก้าวผ่านมันไปให้ได้ หนังจึงมีความเป็น Feminist อยู่สูงแต่ไม่เลี่ยนเลย และเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของวงการตัวร้าย และฮีโร่ในจักรวาล DC ที่พวกเขาน่าจะใช้ชีวิต และเปิดเผยตัวตนได้ต่างจากเรื่องที่ผ่านๆ มา

คะแนนของเรื่องนี้: 8.5/10 แนะนำให้ดู เป็นอะไรที่แปลกใหม่และสะใจมาก

สำหรับ Birds of Prey เข้าฉายวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2020 ในโรงภาพยนตร์ครับ

หมายเหตุ: หนังมีฉากท้ายเครดิต 1 ตัว และเรื่องนี้เป็น Rate R มีเนื้อหาไม่เหมาะสมกับเด็กเล็กๆ พอสมควร